วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกการเรียนครั้งที่11
วัน อังคาร ที่ 27 เดือนตุลาคม พ.ศ.2558
ความรู้ที่ได้รับ Knowledge
    การทำกิจกรรมการทดลอง ดอกไม้หลากสี
ซึ้งมีอุปกรณ์ดังนี้
1.สี
2.กระดาษ
3.กรรไกร
วิธีการเล่น
  - ตัดกระดาษเป็นรูปดอกไม้โดยตัดกระดาษให้เป็นรูปดอกไม้ที่มี4กลีบตัดแบบใดก็ได้ตามจินตนาการพร้อมระบายสีให้วสยงามตามใจชอบ
  -พับกลีบดอกไม้ทั้ง4กลีบลงตรงกลางโดยไม่ต้องให้กลีบดอกไม้หักลงมาก
  -นำดอกไม้ลงไปลอยในนำ้ พร้อมสังเกตุการเปลี่ยนแปลง
 จากเหตุการณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ
  ดอกไม้กระดาษลอยและเคลื่อนไปตามแรงของลม นำ้สามารถเข้าไปซึมซับในเนื้อเยื่อของกระดาษทำให้กระดาษคลายตัวและผลิบานออก และบางดอกสีก็ละลายในนำ้เมื่อกระดาษเปียกนำ้จนหมดกระดาษก็จมนำ้ ดอกไม้ที่มีขาดใหญ่ก็ผลิบานก่อนดอกไม้ที่มีขนาดเล็กตามลำดับ
ดังการทดลองต่อไปนี้





กิจกรรมการทดลองปล่อยนำ้ออกจากขวด
วิธีการทดลองและผลการทดลอง
       นำขวดพลาสติกมาเจาะรูให้มี 3 ระดับ บน กลาง ล่าง นำเทปกาวมาปิดรูที่เจาะไว้เทนำ้ลงไปให้เต็มขวดแล้วเปิดเทปกาวบนสุดออก ผลที่ปรากฎขึ้นคือ นำ้ค่อยๆไหลออกจากรู พอเปิดทปกาวรูที่2 ออก ผลที่ปรากฎขึ้นคือนำ้ไหลพุ่งแรงกว่ารูที่1 และสุดท้ายเปิดเทปกาวรูที่3ออก ผลที่ปรากฎขึ้นคือนำ้ไหลพุ่งแรงกว่าทุกๆรู
       สรุปได้ว่า...นำ้ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ตำ่ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก ความดันของนำ้มีลักษณะคล้ายคามดันของอากาศ คือ เกิดจากนำ้หนักของของเหลวที่มีอยู่เหนือตำแหน่งนั้นๆกดทบลงมา ยิ่งในระดับที่ลึกมาก ของเหลวที่มีอยู่เหนือตำแหน่งนั้น ก็จะมีมากขึ้น ทำให้นำ้หนักของของเหลวมีมากขึ้น




กิจกรรมทดลองเรื่องนำ้พุ




      
 Trial เติมนำ้ลงในขวดที่มีสายยางหย่อนลงในขวดสายยางหย่อนลงในขวดสายยางอีกฝั่ง ต่อเข้ากับฐานทำเหมือนนำ้พุ พอเติมนำ้ลงปรากฎว่านำ้ค่อยๆไหลไปตามสายยางแล้วก็พุ่งออกมาเหมือนนำ้พุ ยิ่งฐานตำ่ลง นำ้ยิ่งพุ่งแรงและสูงมากขึ้น


กิจกรรมลูกยางกระดาษ


อุปกรณ์ที่ทำมีดังนี้คือ
1.คลิปหนีบกระดาษ
2.กระดาษ
วิธีทำ พับกระดาษครึ่งหนึ่ง ตัดตรงกลางกระดาษให้ถึงรอยพับครึ่ง พับออกไคนล่ะทางด้านซ้ายกับด้านขวาอย่างล่ะข้าง หลังจากนั้นพับกระดาษตรงก้นกระดาษขึ้นมาแล้วใช้คลิปหนีบเอาไว้
วิธีการทดลอง โยนขึ้นไปข้างบนแล้วให้กระดาษหล่นลงมา กระดาษที่หล่นลงมาจะหมุนลงสู่พื้น อาจตกลงเร็วบ้าง ช้าบ้าง แล้วแต่แรงที่กระทำกับวัตถุ วัตถุนั้น



กิจกรรมไหมพรมเต้นระบำ

อุปกรณ์
1.หลอด
2.ไหมพรม
วิธีทำ ร้อยไหมพรมเข้าไปในหลอดจากนั้นมัดปม ให้เชือกยาวขนาดเล็กน้อย
วิธีการทดลอง ใช้ปากเป่า ไหมพรมจะเคลื่อนที่ลมจะเข้าไปในหลอด ทำให้เกิแรงขับไหมพรม



กิจกรรม การทดลองเทียนไข

อุปกรณ์
1.แกวนำ้
2.ไม้ขีดไฟ
3.เทียน
4.แก้ว
วิธีทำการทดลอง นำเทียนไขมา1 แท่ง พร้อมจุดไฟแล้วตั้งไว้จากนั้นนำแก้วนำ้ครอบเทียนไขที่จุดไว้พร้อมสังเกตการเปลี่ยนแปลง จะพบว่าเปลวไฟจะค่อยรี่ลงเรื่อยๆแล้วก็จะดับไปเป็นเพราะในอากาศมีออกซิเจนอยู่ การครอบแก้วลงไปนั้นเทียนจะสามารถส่องสว่างได้ครู่หนึ่งจนกว่าออกซิเจนจะเผาไหม้เทียนก็จะดับลงทันที



ทักษะ Skills
-การฝึกทักษะการสังเกต และรู้จักการเปรียบเทียบหาข้อแตกต่าง 
-การจัดการสอนที่หลากหลายวิธี การใช้รูปแบบการสอนที่เข้าใจง่าย
-ฝึกการตั้งสมมุติฐาน การหาเหตุผล การคาดคะเนว่าอะไรจะเกิดขึ้น

การประยุกต์ใช้ Apple
-การใช้สื่อที่หลากหลายเพื่อที่จะกระตุ้นให้เด็กอยากที่จะเรียนรู้
-การนำวัสดุที่เหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์นำมาบูรณาการในการเรียนรู้ได้
-การสอนกิจกรรมการเรียนรู้ให้น่าเรียนรู้สนุกสนาน

วิธีการสอน Teaching methods
-ให้สืบหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง
-ใช้สื่อการสอนที่หลากหลายที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้
-ใช้คำถามให้รู้จักคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง



ประเมิน Assessment
ตนเอง Myself
ตั้งใจเรียน เข้าเรียนสายต้องปรับปรุง พูดจาไพเราะสนใจในการทำกิจกรรม
เพื่อน Classmate
ช่วยกันตอบคำถามช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถามของอาจารย์ ไม่คุยกันขณะที่อาจารย์สอน ทุกคนตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี
ผู้สอน Instructor
แต่งกายสุภาพ เข้าสอนตรงเวลาส่งเสริมให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักศึกษาในทุกๆด้าน
ห้องเรียน Place
สะอาด โต๊ะจัดเป็นระเบียบห้องเรียนพร้อมใช้งาน 


















     







    










     

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่10

บันทึกการเรียนครั้งที่10
วัน อังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ .2558
ความรู้ที่ได้รับknowledge
   การนำเสนอวิจัย
1.นางสาวปรางชมพู บุญชม 
เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
สรุปได้ดังนี้ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ เป็นรูปหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่สามารถส่งเสริมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเด็กเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากการสังเกตุในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ มีสื่อที่หลากหลาย และชุดแบบฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์ ที่เน้นสมองเป็นฐานของการเรียนรู้ เด็กสามารถนำกระบวนการนี้มาใช้ในการเรียนรู้นี้มาใช้ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง
จึงส่งผลให้เด็กได้มีพัฒนาการทางความคิดการสังเกตอย่างสมบูรณ์
2.นางสาว ชนากานต์ แสนสุข
เรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนของครูปฐมวัยโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
สรุปได้ดังนี้ ครูเล่านิทาน เล่นริมนำ้ให้เด็กได็ผลัดกันออกมาเล่าประสบการณ์เดิม
การตั้งคำถามของครู อาศัยหลักการคิดทางวิทยาศาสตร์ผ่านทักษะ  มีการเเลกเปลี่ยนความคิด การวิเคราะห์เนื้อหา การแก้ไขปัญหา โดยการเขียนแผนให้เด็กมีประสบการณ์มากขึ้น
ประสบการณ์ที่เด็กเล่าคือ ....เกี่ยวกับนำ้ ครูจึงจัดกิจกรรมครูแบ่งกลุ่มเด็กออกเป็นกลุ่มๆ โดยได้แจกอุปกรณ์เป็นกลุ่มๆ แจกขวดนำ้ แชมพู ยาสระผมให้เด็ก และครูก็ได้ตั้งคำถามถามเด็ก ว่าขวดที่ไม่มีนำ้และขวดที่มีนำ้มีความแตกต่างกันอย่างไรโดยให้เด็กได้คิด สังเกตและวิเคราะห์ที่จะหาคำตอบ
3.นางสาว รัตนาภรณ์  คงกะพันธ์
สรุปได้ดังนี้คือ เป็นกิจกรรมที่เด็กจะได้สังเกตวัสดุ อุปกรณ์ วางแผนการทดลอง สังเกตเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงและสรุปผลการทดลองตามความคิดของตนเองทำให่เกิดการวิเคราะห์การสังเคราะห์ การ ใช้เหตุผล ซึ้งรูปแบบนี้เป็นการกระดุ้นให้เด็กมีความคิดพร้อมที่จะเรียนรู้ ในการทำกิจกรรม


การระดมความคิด ในการทำCooking ของแต่ละกลุ่ม
ซึ้งมีรายการดังนี้ของแต่ล่ะกลุ่มดังนี้
1.ทาโก 2. พิซซ่า 3.ขนมโค 4..หวานเย็นชื่นใจ 5.ข้าวจี่ ตามลำดับภาพ

     

   
  

   
 





โดยกลุ่มฉันทำ  เรื่องข้าวจี่ไส้หมูหยอง

วัสถุดิบ
1.ไข่ไก่
2.หมูหยอง
3.ซอสถั่วเหลือง
4.เกลือ
5.ไม้เสียบข้าวจี่
6.น้ำตาล

วิธีทำ
1.ปั้นข้าวจี่เป็นก้อนตามชอบ  
2.ใส่ไส้หมูหยองและใช้ไม้เสียบข้าวที่ปั้นไว้จะได้ง่ายเวลาย่าง
3.ไฟตอกไข่ไก่ ตีไข่ให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลและซอสปรุงรส
4.เมื่อเตาย่างได้ที่ นำข้าวปั้นขึ้นย่างไฟ
5.จากนั้นนำข้าวจี่ชุบไข่แล้วนำกลับไปปิ้งให้สุก หากใครชอบไข่หนาๆก็ชุบหลายรอบ เราชอบไข่หนาๆก็ชุบจนไข่หมด





ทักษะskills 
   -การนำเสนองานวิจัย แล้วอาจารย์จะเพิ่มเติม
ความรู้ให้
  -การใช้คำถามถา
  -การเชื่อมโยงการทำ cooking สู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การประยุกต์ใช้ Apply    
- การวางแผนในการสอนเด็กแบบเป็นขั้นตอน
-การเขียนแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการเข้ากับเนื้อหาได้
-จัดกิจกรรมให้กับเด็กได้สิ่งที่คิดในคุกกิ้งมีประโยชน์ เชื่อมโยงเข้าสู่วิทยาศาสตร์

วิธีการสอนTeaching methods
-ให้นักศึกษามีความคิดที่หลากหลาย คิดนอกกรอบคิดให้หลากหลาย

รู้จักการนำเสนอสื่อของเล่นให้น่าสนใจและเหมาสำหรับเด็ก
เเละน่าเรียนรู้และการใช้คำถามเพื่อโยงเข้าสู่หลักวิทยาศาสตร์




ประเมิน Assessment 
ตัวเอง  Myself      
 แต่งกายสุภาพเรียบร้อย  ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียนอย่างตั้งใจร่วมตอบคำถาม 
เพื่อน  Classmate     
 พูดจาไพเราะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งกายสุภาพเรียบร้อยทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน
ครูผู้สอน  Instructor  
 สอนเข้าใจง่าย อธิบายเนื้อหาในการสอนได้ละเอียดเข้าใจสนใจนักศึกษาทุกคนเอาใจใส่ทั่วถึง
ห้องเรียน  Place  
ห้องสะอาดเรียบร้อย แอร์เย็นพอดี








บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกการเรียนครั้งที่9

วัน อังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ 2558
ความรู้ที่ได้รับKnowledge
การนำเสนอบทความ
1.นางสาว สุทธิการณ์ กางพาพันธ์ 
เรื่อง โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร
สรุป คือ เด็กปฐมวัยหาความรู้ได้จากสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่จัดนี้มี6กิจกรรม ประกอบด้วย
-กิจกรรม หวานเย็นชื่นใจ เด็กๆก็จะค้นพบว่าปกตินำ้และนำ้หวานเป็นของเหลว เมื่อนำไปแช่ใส่เกลือซึ่งมีอุณหภูมิตำ่กว่า 0 องศา ทำให้นำ้และนำ้หวานมีอุณหภูมิตำ่ลงจนเปลี่ยนเป็นเกล็ดนำ้แข็ง
-กิจกรรม ความลับของดิน เด็กๆช่วยกันทดลองและพิสูจน์ว่าดินมีองค์ประกอบที่ผุพังและสลายตัว ซากพืชซากสัตว์ อากาศ และนำ้ ดังนั้น ส่วนที่เป็นของแข็งที่อยู่ในดินจึงมีขนาดต่างกัน เมื่อเทนำ้ลงไป อากาศก็จะออกมาจากดินเป็นฟองให้เห็น และจะพบว่าอนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะและอนุภาคที่มีขนาดเล็กก็จะค่อยๆตกลงมาเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก เมื่อการตกตะกอนสิ้นสุดลง จะมองเห็นินเป็นชั้นๆส่วนซากพืชซากสัตว์นั้นก็จะลอยอยู่บนผิวหน้าของนำ้ ก็จะทำให้เห็นองค์ประกอบของดิน
-กิจกรรม ถึงร้อนก็อร่อยได้  ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและแสงสว่างของโลก พื้นผิวโลกที่มีลักษณะแตกต่างกันจะดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้ได้ต่างกัน ซึ่งจะพบจากการสัมผัสแผ่นกระเบื้องสีดำและขาว จะรู้สึกร้อนกว่าเพราะสีดำดูดกลืนพลังความร้อนำดมากกว่า จึงถ่ายโอนความร้อนมายังเท้าของเราได้มากกว่า
2.นางสาวศุทธินี โนนริบูรณ์ 
เรื่อง เด็กอนุบาลเรียนรู้วิทย์แบบบูรณาการจากการล่องแก่ง
สรุปคือ เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ซึ้งผู้ปกครองนั้นมีหลากหลายอาชีพ และเจ้าหน้าที่รีสอร์ทมาร่วมทำกิจกรรม กิจกรรมนี้ให้ความสนุกสนาน และเด็กยังได้พัฒนาทักษะกระบวนการทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การตั้งคำถาม การคาดคะเน การสังเกต การลงความคิดเห็นทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้อย่างง่ายๆ โดยที่ผู้ปกครองมีส่วนร่วม
3.นางสาว เจนจิรา เทียมนิล
เรื่อง สอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็ก (Teaching Children about Magnetic Force)
สรุป การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุ ที่สามารถดูดเหล็กหรือวัตถุที่เป็นโลหะเข้าหาตัวเองได้เพราะมีแรง แต่คนเราไม่มีแรงที่ดูดนั้น ชึ็งแรงธรรมชาติที่เกิดจากแท่งแม่เหล็ก สามารถดูดวัตถุและวัตถุคล้ายแม่เหล็ก เช่น วัตถุจำพวกโลหะ เหล็ก นิกเกิล และไม่ดูดวัตถุที่คุณสมบัติตรงข้ามกับแม่เหล็ก เช่น ไม้ แก้ว พลาสติก
จะเป็นเรื่องที่ทำให้เด็กสนใจติดตามผลการทดลอง และนำความรู้ไปสร้างสรรค์ของเล่นของใช้อย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างดี สอดคล้องกับธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของเด็กปฐมวัย

การนำเสนอของเล่นของเพื่อนอีกเซค
โดยอธิบายตามหลักของวิทยาศาสตร์ของๆเล่นที่เราได้นั้นมีกลไกลอย่างไร  สอนในเรื่องของอะไร
ซึ้งมีเรื่องดังต่อไปนี้ ลม เสียง ความดัน แรงโน้มถ่วง แสง เป็นต้น

การนำเสนองานกลุ่ม
ของเล่นที่นำเสนอคือ พัดลวงตา
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ คือ เด็กเรียนรู้จากธรรมชาติ จากการมองด้วยสายตาจะจดจำภาพใดภาหนึ่งหลังจากภาพนั้นหายไป1/15 วินาที หากในระยะเวลาปรากฏในภาพใหม่แทนที่ด้วยสองภาพด้วยกันมีลักษณะเคลื่อนไหวต่อเนื่องเราจะเห็นภาพนั้นเคลื่อนไหวได้

ของเล่นตามมุม สนุกหรรษาไปกับการท่องเที่ยว
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ คือ แม่เหล็กจะทำให้แดงดูดหรือแรงผลักแม่เหล็กต่างขั้วกันมีแรงดึงดูดครัวที่เหมือนกันจะผลักออกจากกัน

การทดลองเป็นการทดลองคือ เรือไม้จิ้มฟัน
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้  คือ ไม้จิ้มฟันที่ทาบนแชมพูจะทำให้แรงตึง ของผิวนำ้บริเวณนั้นลดลงไม้จิ้มฟันจิ้มถูกแรงดึงของนำ้ด้านตรงข้ามจึงทำให้ผู้ไปด้ารตรงข้ามกับร้านสีทาแชมพูไว้ชึ้งมีความสามารถในการลดแรงดึงของผิวนำ้




ทักษะ Skills
-การใช้คำถาม
-การคิดวิเคราะห์หาหลักการและเหตุผล
-การบูรณาการทางวิทยาศาสตร์
การประยุกต์ใช้ Apply
บูรณาการเข้าสู่บทเรียนเขียนแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็ก
การจัดมุมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
วิธีการสอนTeaching methods
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจน ใช้ทักษะที่หลากหลาย ใช้คำถามที่หลากหลายเชื่อมโยงไปสู่วิทยาศาสตร์





ประเมินAssessment
ตนเอง My self
ตั้งใจเรียนมีความพร้อมที่จะเรียน ไปก่อนเวลาเรียน ไม่คุยกับเพื่อนในห้องขณะที่อาจารย์สอน
เพื่อน Classmate
แต่งกายถูกระเบียบเรียบร้อย ไม่คุยกันขณะเรียน ตั้งใจทำงาน มีความกระตือรือร้นพร้อมที่จะเรียน
ครูผู้สอน Instructor
มีการเตรียมตัว มีความพร้อมที่จะสอน ให้ความเอาใจใส่กับนักศึกษาอย่างทั่วถึง พูดจาไพเราะเป็นตัวอย่างให้กับนักศึกษา
ห้องเรียน Place
ห้องสะอาดเรียบร้อยอุปกรณ์พร้อมใช้งาน





























สรุปโทรทัศน์ครู

สรุปโทรทัศน์ครู...สอนวิทยาศาสตร์ 

บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตอน โคมลอยฟ้า
รายการนี้เป็นรายการที่สอนวิทยาศาตร์เด็กคล้ายๆกับการสอนกิจกรรมให้เด็กทำในห้องเรียน

จากกิจกรรมการทำการทดลองโคมลอย ในกิจกรรมแบ่งได้3ขั้นตอนคือ
1.ขั้นนำ
ครูแนะนำอุปกรณ์ ในการทำการทดลอง
2.ขั้นสอน
-ครูตั้งสมมุติฐาน โดยใช้คำถามถามเด็กว่าทำยังไงโคมถึงจะลอยขึ้นฟ้าได้
เด็กๆกูจะตอบคำถามตามประสบการณ์เดิมที่เคยพบมา
-ทำการทดลองโดยครูทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างนำเอาถุงชาฟิตเน่ แล้วถามเด็กๆว่าสิ่งนี้จเหมือนโคมได้อย่างไร???
วิธีการทำ คือตัดปลายตรงที่ตัดด้านชาออกและตัดปลายเอาชาออกจากนั้นก็คลี่ถุงชาออกให้เป็นทรงกระบอก ครูทำการทดลองที่หลากหลายให้เด็กดูจุดถุงชาทั้งด้านล่างด้านบนถุงชาก็ไม่ลอยมีแต่ไหม้ หลังจากนั้นครูก็นำถุงชามาต่อกันสองถุงแล้วกูจุดไฟ ผลปรากฏว่าถุงชาลอยขึ้น
3.สรุปผลการทดลองนี้ได้ว่า
ครูและเด็กร่วมกันอภิปลายสรุปผลได้ว่าหลังจากที่เราเผาถุงชาที่ลุกเผาไหม่ร้อนขึ้นจะทำให้อากาศบริเวณถุงชาทีู่กเผาไหม้ร้อนขึ้น อากาศบริเวณถุงชาที่ร้อนจะทำให้ถุงชาลอยตัวขึ้นเพราะอากาศร้อนจะมีนำ้หนักเบากว่าอากาศเย็น และเมื่อถุงชาถูไฟเผาไหม้หมดไฟก็จะดับทำให้ถุงชาที่เหลืออยู่ตกลงมา

หมายเหตุ กิจกรรมการทดลองนี้ต้องได้รับความดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ใหญ่


สรุปวิจัย

สรุปวิจัย
เรื่อง  ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย The Result of Providing Natural Color Learning Activity on Young Children Scientific Basic Skills 
ยุพาภรณ์ ชูสาย* Yupaporn Choosai ดร.สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ ** Dr.Suchinda Kajonrungsilp ชูศรี วงศ์รัตนะ*** Chusri Wongrattana 
ความมุงหมายของการวิจัย 
1. เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่มีต่อทักษะพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ 
2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติก่อนและหลังการทดลอง 
สมมุติฐานการวิจัย 
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง 
วิธีดำเนินการวิจัย 
1. การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2554 โรงเรียนเทศบาล 
2 (วัดภูเขาดิน) สังกัดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีขั้นตอนการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ 1. เลือกกลุ่มตัวอย่างจากนักเรียนทั้งหมด 6 ห้องเรียน โดยวิธีการจับฉลากมา 1 ห้องเรียน ได้นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 จำนวน 30 คน 2. จากกลุ่มตัวอย่างในข้อ 1 สุ่มอย่างง่ายอีกครั้ง ด้วยการจับสลากเพื่อกำหนดเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 15 คน 
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย   
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติ
แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ขั้นตอนในการวิจัย 
-ขอความรวมมือกับผู้บริหารโรงเรียนในการทำวิจัย 
-ชี้แจ้งให้ครูประจำชั้นทราบรูปแบบงานวิจัย และขอความรวมมือในการดำเนินการวิจัย 
-สร้างความคุ้นเคยกับเด็กกลุ่มตัวอย่างเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ 
-กอนทาการทดลองผู้วิจัยทำการทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 
-ดำเนินการทดลองโดยใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะ พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2554 ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ไดแก วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันละ 40 นาที ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ เวลา 09.00 - 09.40 น. รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
-เมื่อเสร็จสิ้นการทดลองในสัปดาห์ที่ 8 ประเมินหลังการทดลอง (Post-test) ด้วย แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นชุดเดียวกับ Pre-test เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย และนำแบบทดสอบที่ได้จากการทดสอบทั้งก่อนและหลังการทดลองมาตรวจให้ คะแนนและนำไปทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติ เพื่อทดสอบสมมุติฐานและสรุปผลการวิจัยต่อไป
สรุปได้ว่า
หลังการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์สูงขึ้นกว่าก่อนใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูเรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง สามารถอภิปรายไดว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้เป็นรูปแบบการเรียนการสอนอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการจัดประสบการณ์การทดลองที่เปิด โอกาสให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเองเป็นการเรียนการสอนที่ให้อิสระแก่เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูคอยแนะนำและ ช่วยเหลือให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ เป็นวิธีที่ให้เด็กสามารถปฏิบัติและฝึกฝนกระบวนการทางความคิด ค้นคว้าหาความรู้ และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการทดลองสีจากธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมการ สังเกต การจำแนกประเภท การหามิติสัมพันธ์การลงความเห็นข้อมูล เด็กได้ใช้ความคิดและสัมผัสสื่อที่ หลากหลาย โดยการปฏิบัติจริงตามความคิดของตนเองในการเรียนรูพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาของเด็กแต่ละวัยจะเพิ่มขึ้นถึงขั้นสูงสุดตามศักยภาพของแต่ละ บุคคลไดก็ตอเมื่อไดรับการชวยเหลือจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก เชน ญาติ หรือเพื่อนวัยเดียวกัน การชวยเหลือ จากครูจะชวยให้เด็กทุกคนเกิดการเรียนรูตามศักยภาพของตน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนจึงมี สำคัญมาก ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สีจากธรรมชาติเป็นการทดลองเพื่อให้เด็กได้ทราบว่าสีต่างๆ เกิดขึ้นมา จากอะไร การน สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็กและธรรมชาติรอบตัวที่เด็กได้พบเห็นและคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านั้นสามารถทำให้เป็นสีต่างๆ และยังสามารถนำเอาสีที่เกิดจากธรรมชาติมาทำให้เกิดประโยชน์ได้มากมายหลายสิ่ง ด้วยวิธีการ ทดลอง การลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้สีและเรียนรู้วิธีการนำสีที่ได้ไปใช้ประโยชน์ การเรียนรู้ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อเด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและผู้ใหญ่ในการเขาสังคมนั้นๆ อิทธิพลของทฤษฎีนี้ มีบทบาทในการ จัดแนวประสบการณในระดับปฐมวัย คือ ให้เด็กเรียนรูโดยให้โอกาสเด็กในการเลน สำรวจทดลอง มีโอกาสเลือก ตัดสินใจและแก้ปัญหาตางๆ ด้วยตนเองทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ทำมาเป็นตัวแปรตามเพื่อให้เด็กปฐมวัยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มี 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการหามิติสัมพันธ์ และทักษะการลงความเห็นข้อมูล






 

 


วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บับทึกอนุทินครั้งที่8

บันทึกการเรียนครั้งที่8

วัน อังคาร ที่ 5 เดิอนตุลาคม พ.ศ.2558
ความรู้ที่ได้รับKnowledge
การนำเสนอโทรทัศน์ครู
สรุปของนางสาว เวรุวรรณ ชูกลิ่น
        เรื่อง กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก
โดย ครูพงศกร ไสยเพชร
 กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กกรจะตุ้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยของเล่นและการทดลองจากหลักวิทยาศาสตร์โดยของเล่นและการทดลองควรใช้ของที่หาได้ง่ายๆ เพื่อให้เด็กมีโอกาสลงมือทำด้วยตนเอง โดยของเล่นที่ครูประดิษฐ์ เช่น
-การทดลองเรื่องลอยตัว โดยประดิษฐ์สื่่อของเล่น นักดำนำ้จากหลอดกาแฟ
-ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของอากาศ และ ความดันของอากาศ โดยประดิษฐ์สื่่อของเล่น เลี้ยงลูกด้วยลม
-ถุงพลาสติกมหัศจรรย์
-ความดันยกของ
สรุปของนางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว
       เรื่อง นารีวุฒิ บ้านวิทยาศาสตร์น้อย
 บ้านวิทยาศาสตร์น้อย จัดการเรียนการสอนทดลองวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนอนุบาลในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เพื่อส่งเสริมให้น้องอนุบาลได้รู้จักคิด ชั่งสังเกตุและคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลโดยมีชั่วโมงการเรียนที่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์สอดแทรกอยู่ในทุกๆวัน ในการทดลองนั้นจะมีอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายไม่ซับซ้อนที่เด็กสามารถทดลองทำลงมือปฎิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง5ด้วยตนเองโดยทุกกิจกรรมจะมีคุณตรูเป็นผู้คอยเสริมประสบการณ์คอยถามเด็กอยู่เป็นระยะเพื่อให้เด็กวิเคราะห์ได้สังเกต เปรียบเทียบที่จะตอบคำถามครูให้ได้กิจกรรมในการทดลองมีหลายกิจกรรมเช่น ตัวทำละลาย ลอยนำ้ได้อย่างไร หลอดดำนำ้ จมหรือลอย การกรองนำ้ ฟองมหัศจรรย์ เป็นต้น
สรุปของนางสาววัชรี วงศ์สะอาด
      เรื่อง วัยอนุบาลเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตัว
ครูจะพาเด็กสำรวจสิ่งแวดล้อมจากสิ่งรอบตัว วิธีสอนจะเกี่ยวโยงไปกับหน่วยการเรียนรู้
เกมการศึกษา เป็นสื่อที่สอนภาษาอีกวิธีหนึ่งให้กับเด็กได้ดีอีกอย่างหนึ่ง เช่น
-เกมจับคู่ภาพ
-เกมโดมิโน่
กรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์
1.สิ่งรอบตัวกับสิ่งมีชีวิต
2.ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
3.สารและสมสารของสาร
4.แรงกลและการเคลื่อนที่
5.พลังงาน
6.กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
7.โลกและดาราศาสตร์
8.ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี
การทำกิจกรรมในชั้นเรียน  แบบเป็นกลุ่ม ทำหน่วยต่างๆเช่น ร่างกายของฉัน ชุมชนของฉัน ทำเป็นมายแมพแยกส่วนต่างๆออกไป เช่น ลักษณะ  ชนิด  ข้อควรระวัง ในหน่วยนั้นๆ


กิจกรรม งานกลุ่ม ร่วมกันวางแผนเขียนหน่วยการเรียนรู้สาระที่ควรเรียนรู้
โดยกลุ่มดิฉันได้หน่วยการเรียนรู้ ชุมชนของฉัน




สรุปจากทำกิจกรรม
เป็นกิจกรรมที่สามารถทำให้เรียนรู้จากประสบการณ์เดิมที่มีอยู่มาใช้ในการตอบการเขียน ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจไม่ใช่เพียงแค่การจดจำเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบองค์รวมเรียนรู้ได้ผ่านกิจกรรม






ทักษะ Skill
ทักษะทางการเขียน การคิด จากประสบการณ์เดิม
การระดมความคิดร่วมกัน
การทำงานร่วมกัน
การนำเสนอโทรทัศน์ครู
การประยุกต์ใช้ Apply
สอนให้เด็กรู้จัการคิด วิเคราะห์ ด้วยตนเอง
บูรณาการในการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดการเรียนรุ้ที๋เกิดประสิทธิภาพสูงสูด
สามารถบูรณาการสอนทางภาษาให้กับเด็กได้
วิธีการสอน Teaching methods
ยกตัวอย่างให้มองเห็นภาพที่ชัดเจน
ให้ลงมือปฎิบัติ
ช่วยกันคิดหาคำตอบโดยการระดมความคิด
กระตุ้นให้คิดในการตอบคำถามแต่ล่ะครั้ง






ประเมิน Assessment
ห้องเรียนPlace
สะอาด เหมาะสำหรับการเรียน เงียบสงบ
เพื่อน Classmate
ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมร่วมด้วยช่วยกัน
ตนเอง My self
มีความกระตือรือร้น มีความพร้อมที่จะเรียน ตั้งใจเรียนแต่งตัวเรียนร้อย
อาจารย์ Instructor
ใจเย็น พูดจาไพเราะ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษา มีความพร้อมที่จะสอนอยู่เสมอสอนด้วยความเข้าใจ เข้าใจนักศึกษา






.
   

บันทึกอนุทินครั้งที่่7

บันทึกการเรียนครั้งที่7

วันที่ อังคาร ที่22 กันยายน พ.ศ.2558
ความรู้ที่ได้รับKnowledge
นำเสนอวิจัย
1.นางสาววราภรณ์ แทนคำ
   เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ชื่อผู้วิจัย จุฑามาศ เรือนเก่า
   สรุปได้ว่าการสร้างชุดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้หน่วยการเรียนรู้ที่สอนอยู่5หน่วย ชุดการจัดกิจกรรมนี้ครอบคลุมทั้ง4ด้าน
2.นางสาวรัตนาภรณ์ คงกะพันธ์
     เรื่อง การคิดวิจารญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
ชื่อผู้วิจัย เสกสรร มาตวังแสง
   สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาความคิด วิจารณญาณได้โดยเด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเองทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และมีความเข้าใจด้วยตนเอง
3.นางสาวยุภา ธรรมโคตร
    เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากสีธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ชื่อผู้วิจัย  ยุภาภรณ์ ชูสาย
    สรุปได้ว่าเป็นการจัดกิจกรรมโดยใช้ธรรมชาติเป็นหลักในการจัดกิจกรรมทดลองจากสีธรรมชาติให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติเองทำให้เด็กเกิดทักษะจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
 การนำเสนอสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์
เรือน้อยสอนสมดุล

ชื่อของเล่น   เรือน้อยสอนสมดุล



  

อุปกรณ์
1.แก้วน้ำพลาสติก หรือ กล่องพลาสติกกล่องเล็กที่ไม่ใช้แล้ว
2.ดินน้ำมัน
3.โฟมครึ่งวงกลม
4.กาว กรรไกร กระดาษสีต่างๆ ปากกาเมจิกสีดำ


ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1.นำดินน้ำมันมาติดก้นแก้วให้ปริมาณน้ำหนักที่พอเหมาะ  ติดดินน้ำมันในทุกๆแก้วที่ก้นแก้ว
ขั้นตอนที่ 2.นำกระดาษสีมาวาดรูปภาพสัตว์ตามใจชอบ พร้อมตัดติดแปะกับแก้ว ตกแต่งให้สวยงามตามใจชอบ

.นำกระดาษสีมาติดฐานที่เป็นโฟมครึ่งวงกล





                                                                         วิธีการเล่น
      นำแก้วน้ำวางบนฐานเรือ ฝึกสังกตและคิดรูปแบบการวางให้เกิดความสมดุล ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง จัดวางแบบใดก็ได้โดยไม่ตายตัว เกมนี้ต้องใช้สมาธิและความคิด เพื่อให้นำแก้วขึ้นเรือได้ 4 ใบโดยรักษาสมดุลไว้ให้ได้ ใครทำได้ก่อนและใช้เวลาน้อยสุดเป็นผู้ชนะ

                                                    ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์
-ความสมดุลคือน้ำหนักขององค์ประกอบไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
-ความสมดุลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผลรวมของแรงทางด้านขวาเท่ากับผลรวามของแรงทางด้านซ้าย
-การที่แรงลัพธ์มากระทำกับวัตถุแล้ววัตถุไม่มีสภาพการเคลื่อนที่ก็จะเกิดความสมุลมที่เตรียมไว้วาดรวดลายตามใจชอบ





ทักษะ Skill
-การนำเสนอบทความนำเสนอการวิจัย
-การระดมความคิด วิเคราะห์สื่อของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
การประยุกต์ใช้ Apply
-นำสื่อของเล่นไปประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กปฐมวัย
-สังเคราห์และบูรณาการการใช้สื่อ ของเล่นในการสอนวิทยาศาสตร์
วิธีการสอน Teaching methods
-การใช้คำถาม
-การระดมความคิกับเพื่อนในห้อง
-การสังเคราห์และการวิเคราะห์ 




ประเมิน Assessment
ตนเอง My self
ตั้งใจเรียนสนใจในกิจกรรมเรียนอย่างมีความสุข
เพื่อนClassmate
ตั้งใจทำงานหน้าตาสดใสมีความพร้อมที่จะเรียน
อาจารย์ Instructor
เอาใจใส่นักเรียนทุกคน สอนด้วยความรักความเอาใจใส่
ห้องเรียน Place
สะอาดพื้นที่พอเหมาะในการทำกิจกรรม